วันเสาร์ที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ภูมิปัญญาท้องถี่นของไทย

หนังใหญ่

หนังใหญ่ เป็นมหรสพของไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี การแสดงหนังใหญ่เป็นการใช้ภาพแกะสลักด้วยหนังโคและหนังควาย เป็นรูปตัวในเรื่องรามเกียรติ์ นำมาเชิดทางด้านหลังและด้านหน้าจอผ้าขาวประกอบคำพากย์และเจรจา โดยมีปี่พาทย์เป็นเครื่องดนตรีบรรเลงเพลงหน้าพาทย์ ลักษณะตัวหนังใหญ่ มีอยู่ ๖ ประเภท คือ ๑. หนังเฝ้าหรือหนังไหว้ เป็นหนังภาพเดี่ยว หน้าเสี้ยว นั่งพนมมือ สูงประมาณ ๑ เมตร ใช้ตอนเข้าเฝ้า ๒. หนังคเนจร เป็นหนังภาพเดี่ยว หน้าเสี้ยว ทำท่าเดิน สูงประมาณ ๑.๕๐ เมตร ใช้ตอนเดินหรือตรวจทัพ ๓. หนังง่า เป็นหนังภาพเดี่ยว หน้าเสี้ยว ทำท่าเหาะ(ยกขาข้างหนึ่งกระดกขึ้น) สูงประมาณ ๑.๕๐ เมตร ใช้ตอนเหาะ หนังประเภทนี้ยังแยกเป็นหนังโก่ง คือ ตัวในเรื่องทำท่าโก่งศรและหนังแผลงตัวในเรื่องทำท่าแผลงศร ๔. หนังเมือง เป็นหนังภาพเดี่ยวหรือหลายตัวก็ได้ โดยมีภาพปราสาทราชวัง หรืออาคารเป็นภาพประกอบอยู่ด้วย สูงประมาณ ๒ เมตร ใช้ในตอนออกว่าราชการ หนังประเภทนี้ถ้ามีตัวในเรื่องเล้าโลมกัน เรียกว่า หนังปราสาทโลม ๕. หนังจับ เป็นหนังที่มีภาพตัวในเรื่องตั้งแต่ ๒ ตัวขึ้นไป ทำท่ารบกันหรือจับกันในท่าพลิกแพลงต่าง ๆ สูงประมาณ ๒ เมตร ๖. หนังเบ็ดเตล็ด คือ หนังที่มีภาพตัวในเรื่องทำท่าทางพิเศษ เช่น ตัวไพร่พลยักษ์ หรือหนังราชรถ หนังรูปลูกศร เป็นต้น ศิลปะการเชิดหนังใหญ่ในสมัยโบราณ นิยมแสดงทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าแสดงกลางวัน เรียกว่า หนังกลางวัน ตัวหนังจะระบายสีสวยงาม และเชิดหนังทางด้านหน้าจอ แต่ถ้าแสดงกลางวัน เรียกว่า หนังกลางวัน ตัวหนังจะระบายสีสวยงาม และเชิดหนังทางด้านหน้าจอ แต่ถ้าแสดงในเวลากลางคืน จะต้องมีกองไต้หรือกองกะลามะพร้าวจุดไฟให้ลุกเป็นแสงสว่างอยู่ทางด้านหลังจอ เวลาเชิดหนังทางด้านหลังจอผ้าขาว ผู้ชมจะแลเห็นลวดลายตัวหนังได้ชัดเจนแต่เวลาที่นำตัวหนังไปเชิดที่หน้าจอ ผู้ชมก็จะได้เห็นลีลาการเต้นและการเชิดของผู้เชิดหนัง ปัจจุบันนี้ใช้แสงไฟฟ้าส่องทางด้านหลังจอแทนการจุดไฟด้วยไต้และกะลามะพร้าว การแสดงหนังใหญ่ในปัจจุบันนี้มีเพียงไม่กี่คณะ ที่เป็นของทางราชการ คือ กรมศิลปากร ที่เป็นของเอกชนคือ หนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี และหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี ความยาวของการแสดงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมง ถึง ๔ ชั่วโมง

โอ่งมังกร.เครื่องปั้นดินเผา -- ไทย.

การศึกษาพัฒนาการของรูปแบบและลวดลายของโอ่งมังกร จังหวัด ราชบุรี มีจุดมุ่งหมายเพื่อทราบถึงประวัติความเป็นมาของการทำ โอ่งมังกร รวบรวมและจำแนกรูปแบบลวดลายของโอ่ง วิเคราะห์ลวดลาย ตามองค์ประกอบศิลปะ และแนวโน้มที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลง ของลวดลายโอ่ง โดยผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ การสังเกต การศึกษาเอกสารและการบันทึกภาพ หลังนำมาวิเคราะห์ ด้วยหลักการองค์ประกอบศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า การทำ เครื่องเคลือบดินเผาของจังหวัดราชบุรีที่รู้จักกันดีว่า โอ่งมังกร เริ่มมีการทำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 แต่เดิมได้ผลิตเป็น อ่างเคลือบ กระปุกไหน้ำปลาเผาด้วยเตามังกร ต่อมาได้มีการพัฒนา โดยการเลียนแบบการทำโอ่งเคลือบแบบโอ่งจีน มีการเขียนลวดลายตาม แบบโอ่งของจีน จนกระทั่งมีการขยายตัวทางการค้า จึงได้มี การพัฒนารูปแบบและวิธีการทำ ให้เป็นเครื่องเคลือบสีแบบเซรามิก และเผาด้วยเตาแก๊สควบคู่ไปกับเตามังกร และยังคงมีการอนุรักษ์ และสืบทอดติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ลวดลายโอ่งมังกรสามารถจำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ 1. แบ่งตาม กรรมวิธีการทำมี 5 ลาย ได้แก่ ลายกดประทับ ลายขูดขีด ลายเรียบ ลายพิมพ์ และลายนูน 2. แบ่งตามลักษณะของลวดลายมี 6 ลาย คือ 1. ลายรูปสัตว์ ได้แก่ ลายมังกร 2. ลายพันธุ์พฤกษา ได้แก่ ลาย ดอกไม้แบบเดี่ยว ลายดอกไม้แบบต่อเนื่อง ลายกลีบบัว 3. ลายศิลปะ จีน 4. ลายศิลปะไทย 5. ลายช่องเหลี่ยม ได้แก่ ลายช่องเหลี่ยม ใส่รูปสัตว์ ลายช่องเหลี่ยมใส่รุปพันธุ์ไม้ ลายช่องเหลี่ยมใส่ ภาพที่มีเรื่องราว และ 6. ลายเบ็ดเตล็ด ได้แก่ ลายเรขาคณิต ลาย สมัยนิยม ผลการวิเคราะห์ลวดลายตามองค์ประกอบศิลป์มีความกลมกลืน กันของเส้น สี รูปร่าง รูปทรง และขนาดของลวดลาย แนวโน้มและผลกระทบที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงลวดลายของโอ่งพบว่า มี 2 ปัจจัย คือ 1. ปัจจัยภายใน ได้แก่ มาตรฐานการผลิตโอ่งของ แต่ละโรงงานและช่างฝีมือ ความพอใจของช่างติดลาย หรือความคิด สร้างสรรค์และจินตนาการของช่างติดลาย ความพอใจของเจ้าของโรงงาน ผู้ประกอบการ บางโรงงานที่มีการออกแบบและพัฒนารูปทรงของโอ่งและ ลวดลายใหม่เพื่อให้ทันต่อกระแสความต้องการของลูกค้า และแนวโน้ม ของตลาดและเทคโนโลยีการผลิตของแต่ละโรงงาน 2. ปัจจัยภายนอก ได้แก่ การผลิต ตามตัวอย่างที่ลูกค้าต้องการ กระแสความนิยมของ ลูกค้าหรือแนวโน้มของตลาด คู่แข่งทางด้านการค้าและการผลิต วิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัยตามแบบ คนรุ่นใหม่ และได้รับการส่งเสริมพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์จาก หน่วยงานของภาครัฐและสถาบันการศึกษา


ตุ๊กตาผ้าราชบุรี





ตุ๊กตาผ้าขนสัตว์เป็นสินค้าที่เลื่องชื่อของจังหวัดราชบุรี และถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของราชบุรีเช่นเดียวกับโอ่งมังกร ที่ทำให้คนทั่วประเทศ รู้จักจังหวัดราชบุรี ในช่วงปี พ.ศ.2527-2528 ชาวบ้านกำแพงนิยมทำอาชีพ ผลิตภัณฑ์ยัดนุ่น และใยฝ้าย ได้แก่ หมอนหก หมอนปลา ตุ๊กตารูปสัตว์ที่นอนเล็กยัดนุ่น หมอนประดับชุดรับแขก ตกแต่งอย่างสวยงาม นำใส่รถยนต์ไปขายที่กรุงเทพฯ หรือที่ต่างจังหวัด พอถึงแหล่งก็ให้คนหาบเร่ขายไปตามหมู่บ้าน ตรอก ซอกซอย ตามแต่จะดั้นด้นเข้าไปถึง

.ผู้ผลิต (Producers) Search ค้นหาผลิตภัณฑ์ : "ตุ๊กตาผ้า" จังหวัดราชบุรี

ผู้ผลิตและสินค้า(Producer & Products)
ที่อยู่(Address)
โทรศัพท์(Telephone)
1
กลุ่มหัตถกรรมตุ๊กตาราชบุรี (อุษาตุ๊กตา)
44/1 หมู่ 4 ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120www.thaitambon.com/RB/PhotharamToys.htm
032 233024, 032 347884, 08 9925 59622
กลุ่มหัตถกรรมตุ๊กตาราชบุรี
116 หมู่ 4 ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120
032 231857, 0194494233
กลุ่มพรรณีตุ๊กตา
131 หมู่ 1 ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120
032 3563014
กลุ่มหัตถกรรมตุ๊กตา
45/17 หมู่ 2 ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี 70160
032 232766, 08 1941 17945
กลุ่มสตรีบ้านสิงห์
64/1 หมู่ 5 บ้านสิงห์ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120
032 356986-7, 08 1867 20126
กลุ่มตุ๊กตาไทย
84/5 หมู่ 2 ตำบลบ้านไร่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี 70000
08 6002 81457
กลุ่มศูนย์หัตถกรรมท้องถิ่น
65/2 หมู่ 9 บ้านกำแพง ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120
032 232533, 032 232533, 032 3560588
กลุ่มตุ๊กตาผ้าขนสัตว์
37/2 หมู่ 4 ตำบลธรรมเสน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120
08 1858 8532, 08 9964 03929
กลุ่มแม่ขวัญตุ๊กตา
105 หมู่ 6 บ้านสิงห์ ถนนเพชรเกษม ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120
032 356694

ผลิตภัณฑ์จากไม้ตาล




ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ไม้ตาลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ทำมาจากไม้ตาลแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปีขึ้นไป รูปแบบสามารถออกแบบได้ตามต้องการของลูกค้าหรือดัดแปลงมาจากเครื่องเซรามิคทุกชนิดได้อย่างสวยงาม เช่น แก้วแชมเปญ,แจกัน,ถาด,จาน,แก้วกาแฟ ฯลฯ @วัตถุดิบที่ใช้1.ไม้ตาล2.แล็กเกอร์กระบวนการผลิต 1.นำไม้ตาลแก่มากลึงขึ้นรูปตามรูปแบบที่ต้องการ2.ย่างให้แห้ง3.ขัดด้วยกระดาษทราย4.เก็บรายละเอียด ตัดแต่งให้เรียบร้อย5.เคลือบการใช้/ประโยชน์ใช้เป็นภาชนะต่างๆ ได้ตามต้องการสถานที่จำหน่าย 70 หมู่ 1 ต.หนองปริง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี 76140 โทร :01-6837811

ผลิตภัณฑ์ผ้าจก

ศูนย์ผลิตผ้าจก ราชบุรี

ผลิตภัณฑ์ ผ้าจกราชบุรีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ผ้าจกราชบุรี เป็นผ้าทอลายไทยโบราณ ที่มีความละเอียดและต้องอาศัยความประณีตมาก ผ้าซิ่นตีนตกนั้นต้องใช้มือทอเป็นลายแต่ละเส้น ซึ่งกว่าจะได้ผ้าหนึ่งผืนอาจจะกินเวลาถึง 3 เดือนทีเดียว ผ้าของทางกลุ่มจะมีรูปแบบใหม่ ๆ ออกมาตลอดเวลา (OTOP) @วัตถุดิบที่ใช้1.ไหมประดิษฐ์ (ซึ่งใช้ในการทำเส้นยืน)2.ไหม3.ฝ้ายกระบวนการผลิต ทอมือจากหูก โดยทำการย้อมสีเคมีเอง (สีไม่ตก) โดยมีวิธีการทำ 8 ขั้นตอน คือ1.ฟอก 2.กรอ 3.ค้น 4.มัด 5.ย้อม 6.แต้มสี 7.กรอ 8.ทอและขึ้นลายจก(สีธรรมชาติ)การใช้/ประโยชน์นำไปตัดเป็นเครื่องนุ่งห่ม ได้อย่างสวยงามและเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่ไปตลอดกาลสถานที่จำหน่าย กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าพื้นบ้าน2 หมู่ 5 ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000 ติดต่อ : นางมณี สุขเกษมโทร : 032 314842 ข้อมูล ผ้าจกราชบุรีที่มา... http://www.thaitambon.com/

วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

หลากหลายภูมิปัญญาไทย

อุเครื่องดื่มภูมิปัญญาไทย



ของเล่นจากเปลือกทุเรียน

ลำโพงเครื่องดนตรีไทย





กล่องข้าวและกระติบข้าว




กี่ทอผ้า



กังหันพลังลม

เครื่องสีฟัดข้าวเปลือก









































วันอังคารที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

พระราชกรณียกิจของในหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา ทรงเริ่มเสด็จเยี่ยมเยียน และพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 เริ่มจากราษฎรที่อยู่ใกล้เคียงกับพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และค่อยๆ ขยายพื้นที่ไปทั่วทุกภาคของประเทศ จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีพื้นที่แห่งใดเลยในประเทศไทย ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง ซึ่งพสกนิกรชาวไทยในทุกหนแห่งก็ถวายความ จงรักภักดี แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างล้นเหลือเช่นกัน และจากการเสด็จออกเยี่ยมราษฎรด้วยพระองค์เอง ทำให้ทรงทราบปัญหาในเรื่องความเป็นอยู่ และการประกอบอาชีพของราษฎร ซึ่งเป็นปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและชลประทาน ด้านการพัฒนาที่ดิน ด้านเกษตรกรรม ด้านการศึกษาวิจัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านอาชีพเสริม และอื่นๆ เหล่านี้คือที่มาของโครงการอันเนื่อง มาจากพระราชดำริี่ัปััจจุบันมีมากกว่า 1,000 โครงการ
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1. โครงการตามพระราชประสงค์ เป็นโครงการที่ทรง ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและทดลองปฏิบัติเป็นการส่วนพระองค์ โดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อแสวงหาแนวทางและวิธีปฏิบัติที่ดี เมื่อโครงการนั้น ได้ผลดีมีประโยชน์แก่ราษฎรอย่างแท้จริงแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐบาลเข้ามารับช่วงงานต่อไป

กังหันน้ำชัยพัฒนาใช้บำบัดน้ำเสีย

2. โครงการหลวง เป็นโครงการที่ทรงเลือกดำเนินการเพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูพื้นที่บนดอยต่างๆ ในเขตภาคเหนือที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ให้ชาวเขาหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจทั้งไม้ดอก และไม้ผล จนมีอาชีพที่มั่นคง ลดการตัดไม้ทำลายป่าได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้โครงการหลวง ได้รับรางวัลแมกไซไซ ในฐานะองค์กรดีเด่น สาขาส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ ประจำปี 2531
3. โครงการในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแนวพระราชดำริ และคำแนะนำให้เอกชนไปดำเนินการและรับผิดชอบด้านกำลังทรัพย์ กำลังปัญญา และบุคลากร ตลอดจน ติดตามผลงานด้วยตนเอง เช่น โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
4. โครงการตามพระราชดำริ เป็นโครงการที่ทรงวางแผนพัฒนา และให้รัฐบาลร่วมดำเนินการ โดยครอบคลุมการพัฒนาในหลายสาขา คือ
ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและชลประทาน ทรงพบว่า พื้นที่เกษตร-กรรมหลายแห่งขาดแคลนน้ำ ที่จะใช้เพาะปลูกและอุปโภค ในขณะที่บางแห่งกลับมีน้ำท่วม พืชผลได้รับความเสียหาย จึงทรงจัดหา แหล่งน้ำและการชลประทานให้แก่ราษฎรแบ่งเป็น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภค โครงการพัฒนาแหล่งนี้เพื่อการรักษา ต้นน้ำลำธาร โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้าในชนบทที่ห่างไกล โครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มเพื่อประโยชน์ในการพาะปลูก และโครงการบรรเทาอุทกภัย

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร


ด้านการปฏิรูปและพัฒนาที่ดิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพัฒนาที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ให้อุดมสมบูรณ์ แล้วจัดสรรให้เกษตรกรในรูปสหกรณ์ นอกจากนั้นมีการปลูกหญ้าแฝก เพื่อแก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดินด้านเกษตรกรรม มีหลายโครงการ ได้แก่ โครงการหลวงพัฒนาภาคเหนือ โครงการฝนหลวง โครงการธนาคารข้าว โครงการธนาคารโค กระบือ โครงการส่งเสริมอาชีพพิเศษในยามที่ เกษตรกรว่างจากการทำไร่ทำนา และโครงการสหกรณ์

โครงการฝนหลวง

ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทรงจัดตั้งโครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน เช่น แพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน โครงการแพทย์พิเศษพระราชประสงค์ และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน ด้านการศึกษา พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนก่อสร้างโรงเรียน และทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ เพื่อสนับสนุนเด็กที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์แก่นักเรียนทุกระดับ รวมทั้งโปรดเกล้าฯ จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล เพื่อส่งไปศึกษาเพิ่มเติมยังต่างประเทศด้วย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงด้วยพระราชหฤทัยห่วงใยถึงทุกสุขของประชาชน และก่อเกิดความจงรักภักดีที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าตระหนัก ในความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนจนยากจะลบเลือน

ที่มา : เว็บไซต์ โดย สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรีที่ตั้ง : สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 ถ.แจ้งสนิท ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000โทร 0-4531-2116-8 ต่อ 109 โทรสาร 0-4528-1881E-Mail : prd2ubon@hotmail.com